แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Space แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Space แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ดาวอะไรสว่างที่สุด?


หลังจากหายไปนาน ต้องขออภัยด้วยครับเนื่องจากติดสอวน. เลยแทบไม่มีเวลาเขียน
วันนี้เราจะมาดูกันว่าดาวอะไรสว่างที่สุด ก่อนอื่นปูพื้นกันหน่อย
Magnitude [โชติมาตร] ในบทความนี้จะใช้แบบโชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น [Absolute Bolometric Magnitude] ซึ่งก็คือโชติมาตรของดาวที่ระยะห่างสมมติ (10 parsec) โดยคิดทุกความยาวคลื่น

ในบทความนี้จะขอแค่ 10 ดวงพอนะครับ ถ้าสนใจเพิ่มเติมดูได้ที่ List of most luminous stars

  1. R136a1 (in LMC)
    โชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น : −12.5
  2. Cygnus OB2-12
    โชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น : −12.2
  3. HD 93129A
    โชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น : −12.1
  4. η Car
    โชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น : −12.0 
  5. LBV 1806-20 (Middle Model) 
    โชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น : −12.0
  6. QPM-241
    โชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น :  −11.9
  7. Pismis 24-1
    โชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น : −11.8
  8. WR 101e
    โชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น : −11.6
  9. WR 102ka
    โชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น :  −11.6
  10. HD 5980
    โชติมาตรสัมบูรณ์ทุกความยาวคลื่น : −11.5
แล้วทำไมเราไม่เห็นดาวเหล่านี้หล่ะ?
เพราะว่ามันอยู่ไกลครับ ที่เราเห็นมันคือโชติมาตรปรากฏ [Apparent Magnitude]
ซึ่งต่อให้ดาวมีความสว่างแค่ไหนแต่ถ้าอยู่ไกล โชติมาตรปรากฏก็จะน้อยครับ
ตัวอย่าง ดวงอาทิตย์ ถ้าบนโลกเราเห็น -26 กว่าๆ ถ้าไปอยู่ที่ระยะ 10 parsec ซึ่งก็คือความสว่างสัมบูรณ์ จะเหลือแค่ 4

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

UARS ตกแล้ว

หลังจากที่มีข่าวเรื่อง UARS กันพักใหญ่
ในที่สุด UARS ก็ได้ตกลงสู่โลกแล้ว และได้รับการยืนยันโดยนาซา

การตกครั้งนี้ลงสู่โลกครั้งนี้ได้ตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณนอกชายฝั่งอลาสกา
การตกครั้งนี้ผิดจากความคาดหมายที่คากว่าจะตกในประเทศออสเตรเลียหรือบนบก
ซึ่งก็นับว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ดาวเทียมตกลงสู่มหาสมุทร

แถลงการณ์ของนาซา
Sat, 24 Sep 2011 02:46:42 PM GMT+0700
NASA’s decommissioned Upper Atmosphere Research Satellite fell back to Earth between 11:23 p.m. EDT Friday, Sept. 23 and 1:09 a.m. EDT Sept. 24. The Joint Space Operations Center at Vandenberg Air Force Base in California said the satellite penetrated the atmosphere over the Pacific Ocean. The precise re-entry time and location are not yet known with certainty.
 

#UARS Live!





ภาพถ่าย UARS

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

[พิเศษ] ดาวเทียมยูอาร์ส (UARS) จะตกลงสู่โลก [อัปเดตอีกรอบ]


โปรดอย่าตกใจ!

    วรเชษฐ์ บุญปลอด - สมาคมดาราศาสตร์ไทย
คัดลอกจาก http://thaiastro.nectec.or.th/news/2011/special/uars.html
อัปเดตใหม่ล่าสุด 23/9/2554!!!
ดาวเทียมยูอาร์ส
เทียบกับความสูงของมนุษย์โดยประมาณ
(ภาพดาวเทียมจาก NASA)
    ดาวเทียมขององค์การนาซาจะตกสู่โลกอย่างไร้การควบคุม คาดว่ามีชิ้นส่วนโลหะหลงเหลือกว่า 500 กิโลกรัม ตกลงสู่พื้นโลก มีโอกาสน้อยมากที่คนบนโลกจะได้รับอันตราย ขณะนี้คาดว่าอาจตกในวันที่ 22-24 กันยายน 2554 ยังไม่สามารถระบุจุดตกที่แน่นอนได้ -- บทความนี้จะปรับปรุงเป็นระยะ จนกระทั่งวันที่ดาวเทียมตก
ดาวเทียมยูอาร์ส
     ดาวเทียมวิจัยบรรยากาศชั้นบนหรือยูอาร์ส (Upper Atmosphere Research Satellite : UARS) เป็นดาวเทียมขนาด 4.5 × 11 เมตร หนัก 5.7 ตัน ที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือองค์การนาซา ได้นำไปปล่อยในอวกาศเมื่อเดือนกันยายน 2534 โดยบรรทุกไปกับกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี ภารกิจคือการสำรวจบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ ดาวเทียมทำงานอยู่ในวงโคจรรอบโลกที่ความสูงประมาณ 580 กิโลเมตร หลังจากสิ้นสุดภารกิจแล้ว ปลายปี 2548 นาซาได้ใช้เชื้อเพลิงที่เหลืออยู่บนดาวเทียม ดึงดาวเทียมลงมาที่วงโคจร 360 × 510 กิโลเมตร เหนือผิวโลก เพื่อปล่อยให้ค่อย ๆ ตกลงมาด้วยแรงต้านจากชั้นบรรยากาศ
นาซาเตือนยูอาร์สใกล้ตก
     วันที่ 9 กันยายน 2554 นาซาแถลงว่าดาวเทียมยูอาร์สจะตกในปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม 2554 โดยปราศจากการควบคุม เนื่องจากไม่เหลือเชื้อเพลิงบนดาวเทียม พร้อมระบุว่ามีโอกาส 1 ใน 3,200 หรือ 0.03% ที่ชิ้นส่วนดาวเทียมจะตกใส่คนจนก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือล้มตาย นาซากล่าวว่าที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีรายงานที่ยืนยันได้ว่ามนุษย์ได้รับอันตรายจากการตกของชิ้นส่วนดาวเทียมหรือขยะอวกาศอื่นๆ เว็บไซต์ของแอโรสเปซระบุว่ามีสตรีคนหนึ่งในรัฐโอคลาโฮมา โดนชิ้นส่วนจรวดขนาด 6 นิ้ว ชนเข้าที่ไหล่เมื่อปี 2540 แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากถูกชนเบา ๆ แม้ความเสี่ยงจะต่ำมาก แต่นาซาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังเฝ้าติดตามดาวเทียมดวงนี้อย่างใกล้ชิด

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

จุดลากรานจ์ คืออะไร?


จุดลากรานจ์ทั้ง 5 จุด
จุดลากรานจ์ [ลาก-กรานจ์] {Lagrangian point} คืออะไร?
ทำไมกล้องเจมส์เวบบ์ต้องไปอยู่?
จุดนั้นมีดีอะไร?
ุจุดนั้นมีที่เดียวหรือไม่?
ถ้าไปอยู่ตรงนั้นจะได้อะไร?

เราจะมาหาคำตอบกัน

จุดลากรานจ์ [ลาก-กรานจ์] คือจุดที่แรงระหว่างวัตถุมวลมาก 2 ชิ้น ทำกิริยาต่อกัน อันเป็นผลให้วัตถุมวลน้อยที่อยู่บริวณจุดลากรานจ์นั้น มีความเสถียร สามารถเคลื่อนที่โคจรไปรอบๆ วัตถุที่มีมวลมากกว่าอีกวัตถุหนึ่งได้ อย่างมีเสถียรภาพ โดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงใดๆ ทั้งสิ้น (ในทางทฤษฎี)
จุดลากรานจ์ในระบบสุริยะมีอยู่ทั้งหมด 5 จุด โดยมีชื่อว่า L1-5
แล้วจุดลากรานจ์แต่ละจุด อยู่ไหน?

5 อันดับบทความยอดนิยมตลอดกาล